ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้


ชนาธิปตั้งเป้าหมายใหญ่ ต้องทำให้ได้ หลังซบคอนซาโดเล่ถาวร

ชนาธิปตั้งเป้าหมายใหญ่ ต้องทำให้ได้ หลังซบคอนซาโดเล่ถาวร
ความเคลื่อนไหวของ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมชาติไทยที่กลายเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ย้ายมาร่วมทีมใน เจลีก อย่างเป็นทางการ หลัง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตกลงปล่อยตัวร่วมทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมดังในศึก เจลีก ประเทศญี่ปุ่น แบบถาวรในสัญญายาว 5 ปี หลังก่อนหน้านี้ ปล่อยมาร่วมทีมในรูปแบบยืมตัวตั้งแต่เลกที่ 2 ของฤดูกาล 2017

   ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ ชนาธิป ยังคงร่วมฝึกซ้อมกับทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อย่างต่อเนื่องที่สนาม มิโนยาซาว่า โดยการซ้อมในครั้งนี้มีเพียงการซ้อมแค่ช่วงเช้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งเน้นไปที่การขึ้นเกมรุกเป็นหลัก เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันฟุตบอล เจลีก ที่จะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 18 ก.ค.ที่จะถึงนี้ โดยทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จะเปิดบ้านพบกับทีม คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ 

    หลังจากการซ้อมได้มีสื่อญี่ปุ่นหลายสำนัก ได้มารอสัมภาษณ์ ชนาธิป ในการได้ร่วมทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร แบบถาวร โดยกองกลางทีมชาติไทยได้เผยกับสื่อญี่ปุ่นว่า "ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รวมไปถึงผู้บริหารที่ตอบรับขอเสนอการซื้อขาย อีกทั้งขอขอบคุณทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่ยื่นซื้อตัวแบบถาวร ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ตนเองรู้สึกเป็นเกียรติ มีความสุข และดีใจเป็นอย่างมาก มันเหมือนเป็นการเติมเต็มความฝันของตัวเองให้ครบถ้วนมากขึ้น"  

  เจ ชนาธิป ยังได้ตอบขอซักถามของสื่อญี่ปุ่นอีกว่า เหตุใดจึงตัดสินใจอยู่ร่วมทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร แบบถาวร และต่อสัญญายาว 5 ปี ทั้งๆที่มีทีมใหญ่หลายทีมให้ความสนใจอยากได้ไปร่วมทีม โดย เจ ชนาธิป ได้กล่าวว่า "การที่ตัดสินใจร่วมทีมแบบถาวร เนื่องจากทีมนี้เป็นเหมือนครอบครัว มีผู้บริหารที่ดี เพื่อนร่วมทีมเป็นกันเอง รู้สึกผูกพัน หลังจากที่ได้มาร่วมทีมเป็นเวลา 1 ปี จึงตัดสินใจไม่ยากกับการย้ายมาร่วมทีมแบบถาวร"

    สื่อญี่ปุ่นยังซักถาม เจ ชนาธิป ถึงเป้าหมายจากนี้ตั้งเป้าอย่างไรหลังจากได้มาอยู่กับทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร แบบถาวร ซึ่งกองกลางทีมชาติไทย กล่าวว่า "อย่างแรกอยากให้สโมสรต่อสัญญากับนักเตะที่ใกล้จะหมดสัญญา เนื่องจากตนเองอยากให้นักเตะเก่าอยู่กันเหมือนเดิมเพื่อไล่ล่าแชมป์ โดยตนตั้งเป้าจะขอพาทีมเป็นแชมป์ให้ได้ไม่รายการใดก็รายการหนึ่ง เพื่อเป็นเกียติยศของตัวเอง และสโมสร"

 

 

 

 




comments