ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้


"ตั๋วชิงดำใบแรก"อุมติตี้ฮีโร่ โขกชัยให้ฝรั่งเศสดับซ่าเบลเยี่ยม1-0ลุุ้นแชมป์โลกสมัยที่2

ฝรั่งเศส เด็ดขาดกว่า ซามูเอล อุมติตี้ โฉบโขกเสาแรกเป็นประตูชัยให้ "ตราไก่" บดเอาชนะ เบลเยียม ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นทีมแรก โดยรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือโครเอเชีย ในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค.นี้ ส่วนเบลเยียมชอกช้ำชวดโอกาสเข้าชิงดำหนแรก ต้องไปลุ้นอันดับ 3 ปลอบใจในวันเสาร์นี้แทน

ฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ วันอังคารที่ 10  กรกฎาคม 2561
ฝรั่งเศส 1  - เบลเยียม 0

สนาม :   เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม

 

    ต่อมาใน น. 18 แบลส มาตุยดี้ มีโอกาสตะบันไกลระยะ 25 หลา แต่บอลเข้ามือ กูร์กตัวส์ แบบไม่มีกระฉอก อีกนาทีต่อมา อาซาร์ ได้จังหวะซัดประตูจากทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ และบอลอยู่ในวิถีเข้าประตูแต่น่าเสียดายที่บอลแฉลบหัว ราฟาแอล วาราน ข้ามคานออกไป 

    เบลเยียม ยังเดินหน้าจัดหนักใส่ชุดใหญ่ น. 22 เป็นโอกาสอีกครั้งของ เบลเยียม จากจังหวะที่ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ได้บอลบริเวณเขตโทษ และเจ้าตัวโชว์ลีลาหมุนตัวตวัดยิงทันที แต่ อูโก้ โยริส โชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ ช่วงนี้เกมยังสูสีทั้ง เบลเยียม และ ฝรั่งเศส มีโอกาสที่จะสร้างความหวาดเสียวได้อย่างต่อเนื่องแต่สกอร์ยังไม่ขยับ

    โอกาสทองฝังเพชรของ ฝรั่งเศส เกิดขึ้นใน น. 40  เอ็มบั๊ปเป้ โชว์ความเหนือชั้นส่งบอลให้ ปาวาร์ หลุดเข้าไปจ่อยิงระยะ 6 หลา แต่ กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟใช้ขาสกัดออกหลังไปได้อย่างสุดยอด 

    อย่างไรก็ตาม น. 51  ฝรั่งเศสสวนกลับ โดย ปาวาร์ ส่งให้ มาตุยดี้ ซึ่งผ่านบอลไปถึง ชิรูด์ และเขาก็พลิกตัวยิงบอลแฉลบ ก็องปานี ออกไป โดยในจังหวะเตะมุม กรีซมันน์ เปิดบอลงามหยด ก่อนที่ อุมติตี้ จะเหินทะยานฟ้าโหม่งเช็ดบอลเข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ "ตราไก่" ขึ้นนำ 1-0

    เบลเยียม ยังไม่เสียขวัญพยายามเดินเครื่องต่อ และเกือบได้ประตูตีเสมอ ใน น. 62 ดรีส เมอร์เท่นส์ มีโอกาสได้บอลในเขตโทษก่อนเปิดเข้ากลางแต่โดนแนวรับฝรั่งเศส สกัดออกมา ซึ่งไม่ดีนัก และ เดอ บรอยน์ มีจังหวะง้างเท้าแต่ดันยิงแป๊กทำให้บอลเข้ามือ โยริส แบบสบายอุรา

    น.82 จากจังหวะที่ วาราน สกัด อาซาร์ และบอลทะลักไปที่ วิตเซล ซึ่งจัดการตะบันเต็มข้อบอลพุ่งราวกับจรวด แต่ โยริส ไม่พลาดทุบออกไปได้อย่างหวุดหวิด 

    น. 89 เดอ บรอยน์ เก็บบอลเกือบครึ่งสนาม และโยนเข้าไปในเขตโทษบอลเลยหัว ลูกากู ไปนิดเดียว เข้าสู่ช่วงต่อเวลาเจ็บ 6 นาที ฝรั่งเศส มีลุ้นทำประตูใน น. 90+4 เมื่อ กรีซมันน์ ได้จังหวะจบสกอร์ แต่น่าเสียดายที่ยิงไม่ละเมียดทำให้ กูร์กตัวส์ รับได้

    ฝรั่งเศส ยังมีโอกาสตอกฝาโล่ง ใน น. 90+6 เมื่อ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ได้จังหวะยิงโล่งๆ แต่ กูร์กตัวส์ ยังมือไวปัดออกเสาไปได้ และจากนั้น อันเดรส คุนญ่า ผู้ตัดสินชาวอุรุกวัย เป่านกหวีดยาวหมดเวลา ส่งให้ ฝรั่งเศส เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ 
     
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

    ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) - เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาแอล วาราน, ซามูแอล อุมติตี้, ลูกัส แอร์กน็องเดซ - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป็อกบา - คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, อองตวน กรีซมันน์, แบลส มาตุยดี้ (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น. 86) - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (สตีเว่น เอ็นซองซี่ น. 85)

    เบลเยียม (3-4-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, แยน แฟร์ตองเก้น - มูซ่า เดมเบเล่ (ดรีส์ เมอร์เท่นส์  น. 60) , มารูยาน เฟลไลนี่ (ยานนิค การ์ราสโก้ น. 80), อักเซล วิตเซล, นาเซอร์ ชาดลี่ (มิชี่ บัตชูอายี่ น. 90+1) - เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, เอแด็น อาซาร์ (กัปตันทีม)




comments