ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้


"โค้ชโย่ง"เตรียมทดลองผู้เล่น-ปรับระบบทีมชุดเอเชียนเกมส์

"โค้ชโย่ง" เตรียมทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ หวังปรับระบบการเล่นช้างศึกชุดเอเชียนเกมส์ ก่อนอุ่นเครื่องกับอินโดนีเซีย ปลายเดือนพฤษภาคม นี้

ความเคลื่อนไหวของขุนพลทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึกฟุตบอลในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 หรือ ''จาการ์ตา ปาเลมบัง 2018'' ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. - 2 ก.ย. 2561 ภายใต้การกุมบังเหียนของ ''โค้ชโย่ง'' วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพิ่งประกาศ 23 นักเตะชุดเตรียมลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติอินโดนีเซีย 2 นัด ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 และ 3 มิถุนายน 2561

    ล่าสุดทาง “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดเตรียมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ได้ว่า “สำหรับการเรียกตัวนักเตะชุดนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างนักเตะที่มีอายุระหว่าง 18-21 ปี ที่ทำผลงานได้ดีและนักเตะที่มีประสบการณ์จากชุดซีเกมส์ ผมคิดว่าชุดนี้จะเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในตอนนี้”

  “ผมต้องการทดลองนักเตะ และวิธีการเล่น โดยเฉพาะนักเตะใหม่ๆ ที่ถูกเรียกเรียกตัวมาครั้งนี้ นอกจากนี้นักเตะที่เรียกตัวมาใหม่จะได้เจอประสบการณ์การเล่นต่อหน้าแฟนบอลของอินโดนีเซีย ที่คาดว่าจะเข้ามาชมเกมเยอะ เพราะนักเตะจากชุดซีเกมส์เจอประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว เราจะได้เห็นว่านักเตะเวลาเล่นภายในสถานการณ์กดดันจะเป็นอย่างไร จะรับมือไหวไหม เพราะการไปเล่นเอเชียนเกมส์ เราจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราต้องฝึกรับมือความกดดันให้ได้ เพราะมันจะส่งผลต่อการเล่นในสนามของทีมด้วย”

    “ตอนนี้เรามีนักเตะกองหน้าให้เลือกใช้งานน้อยมาก การเรียกแค่ ปรเมศย์ อาจวิไล และ เสฎฐวุฒิ วงค์สาย ที่เป็นกองหน้าจริงๆ น่าจะเพียงพอ เพราะ วรชิต, พิชา หรือ สุภโชค สามารถเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ หรือขยับไปเล่นกองหน้าคู่ได้ ส่วนนักเตะกองหน้าอย่าง กิตติพงษ์ วงมา หรือ สิทธิโชค กันหนู ก็ไม่ได้ลงสนามมากเท่าที่ควรทำให้ผมไม่ได้เรียกตัวพวกเขามาติดทีม” 

    สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน พ.ศ. 2561 ที่กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเลมบัง ประเทศอินโดนีเซีย โดยทัพ ''ช้างศึก'' ทีมชาติไทย เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์มาแล้ว 14 ครั้ง ซึ่งทำผลงานได้ดีที่สุดคือการจบอันดับที่ 4 ทั้งหมด 4 ครั้ง ประกอบด้วย ปี 1990 ที่ประเทศจีน, ปี 1998 ที่ประเทศไทย, ปี 2002 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และปี 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้




comments