ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้


"แรชฟอร์ดตีนผี"สวมบทฮีโร่เบิ้ลให้ยูไนเต็ด เปิดหลุมดับซ่าหงส์แดง 2-1

รับจนแฟนเสียว! แรชฟอร์ดซัด2เม็ดให้ "ปีศาจแดง" นำ 2-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง ตั้งเกมรับปล่อยให้ "หงส์แดง" บุกแหลกจนตีไข่แตกได้ สุดท้ายทีมของ มูรินโญ่ คว้าสามแต้มยึดที่สองแบบทำเอาแฟนผีหายใจไม่ทั่วท้อง หนีทีมของ คล็อปป์ ห้าแต้ม

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561

แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล

     ลิเวอร์พูลเดินหน้าลุยทันทีที่ผู้ตัดสิน เคร็ก พอว์สัน เป่าเริ่ม แต่เมื่อเข้าสู่ น.14 แฟนผีเฮกระหึ่ม เมื่อ ดาบิด เด เคอา วางยาวจากแนวรับให้ ลูกากู โขกเช็ดต่อไปถึง แรชฟอร์ด สปีดทะลุเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนล็อกหลบ เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แล้วซัดด้วยขวาเสียบเสาสองสุดงามให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0

 

     ลิเวอร์พูลน่าได้สุดๆ ในน.23 จากจังหวะเตะมุมด้านซ้าย เจมส์ มิลเนอร์ เปิดลูกเตะมุมเข้ากลาง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ พุ่งโขกถากเสาเหลือเชื่อ

     อย่างไรก็ตาม น.24 กลายเป็นเจ้าถิ่นหนี 2-0 เมื่อ เดยัน ลอฟเร็น โหม่งสกัดไม่ดี บอลตกถึง ลูกากู ไหลให้ มาต้า หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนโดนกองหลังจิ้มมาเข้าทาง แรชฟอร์ด อัดแฉลบ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บางๆ เข้าไป

     ครึ่งหลัง หงส์แดงไม่มีทางเลือกนอกจากเดินหน้าลุย ขณะที่เจ้าบ้านถอยไปเน้นรับ น.54 ลิเวอร์พูลโวยจะเอาจุดโทษเพราะมองว่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทำแฮนด์บอล แต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

      น.66 ลิเวอร์พูล ตีไข่แตกได้เสำเร็จจนได้ไล่มา 2-1 เมื่อ มาเน่ กระชากขึ้นทางซ้าย ก่อนเปิดเข้ากลาง ไบยี่ พยายามพุ่งเข้าสกัดกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเองไป และ ไบยี่ เจ็บจากจังหวะนี้ด้วย แต่กัดฟันเล่นต่อ ก่อนที่ มูรินโญ่ จะถอด แรชฟอร์ด ออกแล้วส่ง มารูอาน เฟลไลนี่ ลงสนาม

      ลิเวอร์พูลได้ใจ บุกขโยกหวังทวงประตูตีเสมอ น.80 คล็อปป์ ถอด อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ออกแล้วส่ง จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ลงแทน พร้อมกับโยก มิลเนอร์ ไปยืนแบ๊กขวา น.82 เฟลไลนี่ ปะทะกับ มาเน่ ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ว่าอะไร

      หงส์แดง ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ส่ง โดมินิก โซลันกี้ แทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ส่ง เจสซี่ ลินการ์ด แทน มาต้า ในน.88 ก่อนจะรักษาสกอร์นำในช่วงเวลาทดเจ็บ 6 นาที คว้าสามแต้มไปได้สำเร็จ ยึดอันดับสองทิ้งหงส์แดง 5 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, เอริค ไบยี่, แอชลี่ย์ ยัง,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช, ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด (มารูยาน เฟลไลนี่ น.68), โรเมลู ลูกากู, อเล็กซิส ซานเชซ

ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (อดัม ลัลลาน่า น.61), เจมส์ มิลเนอร์, เอ็มเร่ ชาน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่




comments