ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้


"โด้เจ้าเดิม"ฟรีคิกสุดแจ่ม ให้ราชันย์คว่ำเกรมิโอ1-0 ป้องกันแชมป์โลก

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันฟรีคิกสุดสวยพา "ราชันชุดขาว" แชมป์ยุโรปและแชมป์เก่าเบียดเอาชนะ เกรมิโอ แชมป์อเมริกาใต้หวุดหวิด 1-0 ป้องกันแชมป์สโมสรโลกได้สำเร็จ ที่อาบู ดาบี ,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกปี 2017  รอบชิงชนะเลิศ

วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560

เรอัล มาดริด (สเปน) 1 - เกรมิโอ (บราซิล) 0

  สนาม : เช็ค  ซาเยด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดี้ยม , อาบู ดาบี , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    ราชันชุดขาวเปิดเกมรุกเข้าหาทันที ขณะที่ทีมจากเมืองกาแฟใช้แท็คติกตัดเกมทำฟาวล์ถี่ยิบตั้งแต่ต้น และหลังจากมีโอกาสทำเสียวเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ในที่สุดนาทีที่ 24 ลูก้า โมดริชก็สบช่องกระชากบอลตัดเข้ามากระทุ้งริมเขตโทษด้านซ้าย ส่งบอลถากเสาสองไปนิดเดียวเท่านั้น

    ขยับมาถึงนาทีที่ 39 โครสโดนกระแทกล้มน่าเกลียด ทำให้ทีมจากลา ลีกาได้ลูกฟรีคิกระยะ 28 หลา คริสเตียโน่ โรนัลโด้จึงรับหน้าที่ซัลโวส่งบอลข้ามคานไปไม่เยอะ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมจึงเสมอกันไป 0-0

    ครึ่งหลังทีมจากแดนกระทืงยังบุกต่อ และถึงนาทีที่ 53 เชอิลซอนไปเกี่ยวโรนัลโด้ล้ม ผู้ตัดสินจึงเป่าให้ทีมชุดขาวได้ลูกฟรีคิกระยะ 30 หลาทางด้านซ้าย และเป็นสตาร์โปรตุกีสดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้ทำหน้าที่วิ่งเข้าตะบันเองส่งบอลเสียบเสาแรกอย่างแม่นยำพาแชมป์ยุโรปนำหน้า 1-0

    เรอัล มาดริดเดินหน้าต่ออย่างคึกคัก และน่าจะได้เฮเพิ่มในอีกห้านาทีต่อมาเมื่อมาร์เซโล่เติมเกมขึ้นทางซ้ายก่อนสาดบอลขึ้นหน้าเข้าเขตโทษให้คาริม เบนเซม่าโขกย้อนคืนก่อนที่โรนัลโด้จะเข้าเก็บตกสับไกไม่เหลือ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงว่าดาวยิงเฟรนช์แมนล้ำหน้าก่อนแล้ว

    เข้าสู่ช่วงสิบนาทีสุดท้าย เรอัล มาดริดส่งแกเร็ธ เบลลงไปแทนเบนเซม่า และน่าจะตอกฝาโลงได้ในนาทีที่ 82 เมื่อโรนัลโด้ได้ลูกจ่ายกดเต็มเกือกในกรอบเขตโทษด้านขวา แต่โกรเฮล้มตัวเซฟได้ก่อนที่เบลจะได้โชว์ในนาทีถัดมาด้วยยิงลูกดีดไซค์ก้อยอันทรงพลังระยะ 18 หลาโดนนายประตูทีมเยือนปัดพ้นคานหวุดหวิด

    นาทีที่ 84 เกรมิโอปล่อยไมค่อนลงไปแทนมิเชลเป็นไพ่ใบสุดท้าย แต่ทำอะไรทีมชุดขาวไม่ได้เลย จบเกมแชมป์ยุโรปจึงกำชัยไป 1-0 ได้แชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยที่สามเทียบเท่าสถิติสูงสุดที่บาร์เซโลน่าทีมคู่ปรับร่วมลีกทำเอาไว้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล มาดริด : เกย์ลอร์ นาวาส, ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, มาร์เชโล่, ลูก้า โมดริช, กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, อีสโก้ (ลูกัส บาสเกซ น.73) , คาริม เบนเซม่า (แกเร็ธ เบล น.79) , คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    เกรมิโอ : มาร์เชโล่ โกรเฮ, เอดิลซอน, เปโดร เคโรเมล, วอลเตอร์ คันเนมันน์, บรูโน่ กอร์เตซ, เชอิลซอน, มิเชล (ไมค่อน น.84) , รามิโร่ (เอเวอร์ตัน น.71) , ลวน, แฟร์นันดินโญ่, ลูกัส บาร์รีออส (ชาเอล น.63)




comments